กำลังโหลด…

สวัสดีค่าว่าที่เจ้าสาวทุกคน! ถ้าพูดถึงบรรยากาศงานแต่งงาน สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยและเป็นตัวชูโรงที่ทำให้งานดูหวาน โรแมนติก หรือดูอลังการ ก็คือ "ดอกไม้" นั่นเองค่ะ แต่เชื่อไหมคะว่า เรื่องดอกไม้นี่แหละที่ทำเอาว่าที่บ่าวสาวหลายคู่ปวดหัวมานักต่อนัก ทั้งเรื่องแบบที่ไม่รู้จะอธิบายยังไง หรือเรื่องงบที่ชอบบานปลายจนน่าตกใจ!
วันนี้พี่เลยขอสวมวิญญาณรุ่นพี่ มาแชร์ ทริกการคุยกับร้านจัดดอกไม้ (Wedding Florist) ให้ได้งานที่ใช่ สวยตรงปก ในงบที่สบายกระเป๋า ไม่บานปลายแน่นอนค่ะ เตรียมจดกันได้เลย!
ก่อนจะทักไปหาร้านดอกไม้ สิ่งแรกที่ต้องทำคือ "ทำการบ้าน" ค่ะ เราต้องรู้ก่อนว่าเราชอบอะไร ไม่ชอบอะไร

เรื่องเงินๆ ทองๆ เป็นเรื่องที่ต้องชัดเจนตั้งแต่แรกค่ะ การบอกงบประมาณตามตรงกับร้านดอกไม้ ไม่ได้แปลว่าเค้าจะกดเรานะคะ แต่จะช่วยให้เค้าออกแบบและเลือกชนิดดอกไม้ที่เหมาะสมกับเงินในกระเป๋าเราได้ดีที่สุด

Florist เค้ามีประสบการณ์ตรง เค้าจะรู้ดีที่สุดว่าดอกไม้อะไรทน ดอกไม้อะไรเหี่ยวง่าย หรือดอกไม้อะไรกำลังอยู่ในช่วงฤดูกาล (ซึ่งจะราคาถูกและสวยที่สุด!)

เวลาคุยกับร้าน อย่าพยายามใช้แค่คำพูดนะคะ เพราะคำว่า "สวย" ของเรากับของร้านอาจจะไม่เหมือนกัน!
ก่อนจะโอนมัดจำ เราต้องเช็กรายละเอียดในใบเสนอราคาให้ถี่ถ้วนนะคะ จะได้ไม่มีปัญหาตามมาทีหลัง
บทส่งท้าย
การคุยกับร้านดอกไม้งานแต่งไม่ได้ยากอย่างที่คิดค่ะ แค่เราต้อง "ชัดเจน" ในความต้องการของตัวเอง "จริงใจ" ในเรื่องของงบประมาณ และ "เปิดใจ" รับฟังคำแนะนำจากมืออาชีพ เท่านี้งานแต่งของเพื่อนๆ ก็จะอบอวลไปด้วยดอกไม้สวยๆ ที่เห็นแล้วชื่นใจ คุ้มค่ากับทุกบาททุกสตางค์ที่จ่ายไปแน่นอนค่ะ
ถ้าใครยังลังเลว่าควรกันงบส่วนดอกไม้ไว้เท่าไหร่ ลองเอาตัวเลขไปใส่ในตัวช่วยวางงบงานแต่ง ดูก่อนได้ค่ะ จะเห็นภาพว่าเบียดกับก้อนไหนบ้างค่ะ
หวังว่าทริกเหล่านี้จะเป็นประโยชน์นะคะ ขอให้ว่าที่เจ้าสาวทุกคนมีความสุขกับการเตรียมงานแต่งค่า! 💖
ควรเริ่มติดต่อร้านดอกไม้ล่วงหน้าประมาณ 3-6 เดือนหลังจากที่ได้สถานที่และธีมงานคร่าวๆ แล้วค่ะ
แนะนำให้เลือกดอกไม้ตามฤดูกาล หรือใช้ดอกไม้ชนิดที่ดอกใหญ่ฟูผสมกับใบไม้สวยๆ จะช่วยพรางสายตาให้ดูเต็มขึ้นในงบที่ประหยัดกว่าค่ะ
ไม่จำเป็นเลยค่ะ ปัจจุบันการผสมผสานระหว่างดอกไม้สดและดอกไม้ประดิษฐ์ (ดอกไม้ปลอม) เป็นที่นิยมมาก เพราะช่วยประหยัดงบและดูแลรักษาง่ายขึ้น
พร้อมเริ่มต้นวางแผนงานแต่งงานของคุณแล้วหรือยัง?