รวมคำถามที่ต้องถามเซลล์สถานที่จัดงานแต่ง แบบมือโปร!
หลังจากได้ฤกษ์มงคลแล้ว สเต็ปต่อไปที่สำคัญที่สุดก็คือ การหาสถานที่จัดงาน ค่ะ! แต่เวลาเราไปดูสถานที่จริง เจอเซลล์อธิบายแพ็กเกจโปรโมชันรัวๆ บางทีว่าที่บ่าวสาวก็อาจจะมึนตึ้บจนลืมถามเรื่องสำคัญไปเลย
วันนี้ wedly เลยลิสต์ "คำถามที่ต้องถามเซลล์สถานที่จัดงาน" มาให้แบบละเอียดยิบ แบ่งเป็นหมวดหมู่ให้เซฟเก็บไว้ดูตอนไปเซอร์เวย์สถานที่จริงได้เลยค่ะ รับรองว่าถามครบ งบไม่บานปลายแน่นอน!
1. หมวดความจุและพื้นที่ใช้งาน
อย่าเพิ่งดูแค่ความสวยงามของห้อง ต้องมั่นใจว่าแขกของเราจะไม่อึดอัดด้วยค่ะ
- ห้องนี้รองรับแขกแบบโต๊ะจีน / ค็อกเทล / บุฟเฟต์ ได้สูงสุดกี่คน (และกี่โต๊ะ)?
- โฟเยอร์ (Foyer) หน้าห้องกว้างแค่ไหน? ถ้าวาง Backdrop, โต๊ะลงทะเบียน, และ Gallery แล้วแขกจะยืนเบียดกันไหม?
- มีห้องสแตนด์บายสำหรับบ่าวสาวไหม? เข้าใช้ได้ตั้งแต่กี่โมงถึงกี่โมง?
- ที่จอดรถรองรับได้กี่คัน? และสามารถเหมาจ่ายหรือประทับตราฟรีให้แขกได้ทั้งหมดไหม?
2. หมวดอาหารและเครื่องดื่ม
เรื่องกินเรื่องใหญ่ แขกจะประทับใจก็ตรงนี้แหละค่ะ
- ราคาต่อหัว (หรือต่อโต๊ะ) รวมเครื่องดื่มประเภทไหนบ้าง (เช่น ซอฟต์ดริ้งค์, มิกเซอร์)?
- ถ้าเครื่องดื่มหมด คิดราคาเพิ่มยังไง? (แนะนำให้ถามหาแพ็กเกจ Free Flow ค่ะ)
- มีบริการ Food Tasting (ชิมอาหาร) ก่อนวันงานไหม? ชิมฟรีได้กี่ท่าน?
- แขกเด็ก หรือแขกที่ทานมังสวิรัติ วีแกน ฮาลาล ทางโรงแรมจัดการให้ได้ไหม คิดราคาอย่างไร?
3. หมวดค่านำเข้า (Bring-in Fees)
ตรงนี้สำคัญมาก! เพราะบางที่ค่านำเข้าแพงกว่าค่าจ้างทีมงานข้างนอกซะอีก
- มี ค่านำเข้าดอกไม้/ทีมตกแต่ง ไหม? (บางที่เก็บหลักหมื่นเลยน้า)
- ค่านำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (เหล้า, ไวน์) คิดขวดละเท่าไหร่? หรือเหมาจ่ายเท่าไหร่?
- มีค่านำเข้าวงดนตรี, แสงสีเสียง (Light & Sound) ไหม?
- มีค่านำเข้าช่างภาพ, ช่างแต่งหน้า, หรือทีมรันคิวไหม?
ทริกจาก wedly: ตอนที่ยังไม่ได้เซ็นสัญญาและวางมัดจำ คือช่วงที่เรามีอำนาจต่อรองมากที่สุดค่ะ! ลองเจรจาขอเวฟ (ยกเว้น) ค่านำเข้าต่างๆ แลกกับการที่เราจองแพ็กเกจในราคาที่กำหนดดูนะคะ ส่วนใหญ่เซลล์จะยอมลดให้เพื่อปิดการขายค่ะ
4. หมวดการเตรียมงานและการตกแต่ง
เพื่อความราบรื่นของทีมงานที่เราจ้างมาค่ะ
- ให้ทีมตกแต่ง (Organizer/Decorator) เข้าไปเซ็ตอัปสถานที่ได้ตั้งแต่กี่โมง?
- มีข้อห้ามในการตกแต่งไหม? (เช่น ห้ามใช้บับเบิ้ล, ห้ามใช้ดรายไอซ์แบบควัน, ห้ามตอกตะปู, ห้ามจุดเทียนจริง)
- มีอุปกรณ์อะไรให้ยืมฟรีบ้าง? (เช่น ขาตั้งรูป, กล่องใส่ซอง, พานพุ่ม, ตั่งรดน้ำสังข์)
5. หมวดการชำระเงินและสัญญา
เรื่องเงินๆ ทองๆ ต้องชัดเจนตั้งแต่แรกค่ะ
- มัดจำงวดแรกเท่าไหร่? และแบ่งจ่ายส่วนที่เหลือกี่งวด?
- รับบัตรเครดิตไหม? มีชาร์จเพิ่มกี่เปอร์เซ็นต์?
- ถ้ายอดแขกไม่ถึง Minimum Guarantee (จำนวนแขกขั้นต่ำ) สามารถเปลี่ยนเป็นอะไรได้บ้าง? (เช่น แลกเป็นคูปองอาหาร, บัตรห้องพัก)
- นโยบายการเลื่อนงาน หรือยกเลิกงานเป็นยังไง? (เผื่อกรณีฉุกเฉิน)
สรุป
ไปดูสถานที่ครั้งหน้า อย่าลืมจดลิสต์คำถามเหล่านี้ไปถามเซลล์ด้วยนะคะ จะได้เปรียบเทียบแต่ละสถานที่ได้ชัดเจนว่าที่ไหนคุ้มค่าที่สุด และเพื่อไม่ให้พลาดทุกสเต็ปการเตรียมงาน ว่าที่บ่าวสาวสามารถใช้ฟีเจอร์ Checklist ในแอป Wedly เข้ามาช่วยจดลิสต์สิ่งที่ต้องทำและตั้งแจ้งเตือนได้ฟรีเลยค่ะ ดาวน์โหลดแอปแล้วไปลุยเตรียมงานแต่งในฝันกันเลย!
วางแผนงานแต่งให้ครบในแอปเดียว
คำถามที่พบบ่อย
ควรไปดูสถานที่จัดงานล่วงหน้ากี่เดือน?
ควรไปดูและจองล่วงหน้าอย่างน้อย 6-12 เดือนค่ะ โดยเฉพาะถ้างบและฤกษ์ของเราอยู่ในช่วงปลายปีซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่น
ค่านำเข้า (Bring-in fee) คืออะไร?
คือค่าธรรมเนียมที่สถานที่เรียกเก็บหากเรานำเวนเดอร์จากข้างนอกเข้ามา เช่น ดอกไม้, วงดนตรี, หรือช่างภาพ ควรเช็กให้ละเอียดว่ามีค่าอะไรบ้าง
ต่อรองขอลดค่านำเข้าได้ไหม?
ได้ค่ะ! สามารถเจรจาขอลดหรือเวฟค่านำเข้าแลกกับการการันตีจำนวนแขกที่เพิ่มขึ้น หรือขอรวมอยู่ในแพ็กเกจตั้งแต่แรกได้
บทความที่เกี่ยวข้อง
- วางแผนงานแต่งงาน เริ่มยังไงดี? คู่มือครบทุกขั้นตอนสไตล์ว่าที่บ่าวสาว
- ชุดไทยแต่งงาน 8 แบบพระราชนิยม เลือกแบบไหนดี เช่าหรือตัด
- ชุดเจ้าสาว (ชุดขาว) เลือกทรงไหนดี เช่าหรือตัด + ลองตอนไหน
- ธีมและสีงานแต่งงาน เลือกยังไง + พาเลตต์สียอดนิยม
- ไปงานแต่งใส่ชุดอะไรดี? แต่งตัวตามงานเช้า-เย็น และเดรสโค้ด (ธีมการแต่งกาย)
พร้อมเริ่มต้นวางแผนงานแต่งงานของคุณแล้วหรือยัง?