กำลังโหลด…

สวัสดีค่ะว่าที่เจ้าสาวทุกคน! หนึ่งในขั้นตอนที่น่าตื่นเต้นที่สุดในการเตรียมงานแต่งงานคงหนีไม่พ้น "การเลือกชุดแต่งงาน" ใช่ไหมคะ? แต่เมื่อเริ่มหาข้อมูล หลายคนอาจจะเริ่มสับสนกับคำศัพท์ต่างๆ ในวงการเวดดิ้งสตูดิโอไทย ทั้งคำว่า "เช่า" "เช่าตัด" และ "ตัดซื้อ"
วันนี้ Wedly ขออาสาพาไปเจาะลึกแบบหมดเปลือก ว่าแต่ละแบบคืออะไร มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร และแบบไหนที่จะตอบโจทย์ความต้องการและงบประมาณของคุณมากที่สุดค่ะ ถ้ายังไม่แน่ใจว่าชอบทรงไหน ลองไล่ดูทรงชุดเจ้าสาวแต่ละแบบ ควบคู่ไปด้วยจะเลือกง่ายขึ้นเยอะ
การเช่าชุดแต่งงานคือการเลือกชุดที่ทางร้านมีอยู่แล้ว นำมาปรับแก้ไซส์เล็กน้อยให้เข้ากับรูปร่างของคุณ เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดค่ะ
ข้อดี:
ข้อเสีย:

การ "เช่าตัด" เป็นคำที่ฮิตมากในไทยค่ะ หมายถึงการที่คุณสั่งตัดชุดใหม่ขึ้นมาสำหรับคุณโดยเฉพาะ ทั้งเรื่องไซส์และดีไซน์ แต่เมื่อเสร็จงานแล้ว คุณจะต้องคืนชุดนั้นให้กับทางร้านเพื่อนำไปให้ลูกค้าคนอื่นเช่าต่อ
ข้อดี:
ข้อเสีย:

การตัดซื้อคือการสั่งตัดชุดใหม่ หรือซื้อชุดสำเร็จรูปแบรนด์เนม แล้วชุดนั้นจะตกเป็นของคุณโดยสมบูรณ์ ไม่ต้องคืนร้านค่ะ
ข้อดี:
ข้อเสีย:

และถ้างานเช้ามีพิธีไทยด้วย ชุดไทยก็เลือกได้ทั้งเช่าและตัดเหมือนกัน ดูแบบที่นิยมได้ที่ชุดไทยแต่งงาน 8 แบบพระราชนิยม ค่ะ
ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณต้องรู้สึกมั่นใจและสวยที่สุดในวันพิเศษของคุณนะคะ Wedly ขอเป็นกำลังใจให้ว่าที่เจ้าสาวทุกคนเจอ "ชุดที่ใช่" ในเร็ววันค่ะ!
เช่าชุดคือเลือกชุดที่ร้านมีอยู่แล้วมาปรับไซส์ให้พอดี ส่วนเช่าตัดคือร้านตัดชุดใหม่ตามสัดส่วนและดีไซน์ที่เราเลือก แต่ทั้งสองแบบต้องคืนชุดให้ร้านหลังจบงานเหมือนกัน
ถ้าเช่าชุดสำเร็จ เผื่อเวลาลองและปรับไซส์ราว 1-2 เดือนมักพอ แต่ถ้าเช่าตัดหรือตัดซื้อ ควรเริ่มก่อนวันงานประมาณ 2-4 เดือน เพราะต้องตัดเย็บและฟิตติ้งหลายรอบ
แต่ละร้านคิดค่าซ่อมหรือค่าปรับไม่เท่ากัน ควรถามเงื่อนไขความเสียหายและอ่านสัญญาให้ครบตั้งแต่วันจอง จะได้ไม่เจอค่าใช้จ่ายเซอร์ไพรส์หลังงาน
พร้อมเริ่มต้นวางแผนงานแต่งงานของคุณแล้วหรือยัง?