หลังจากผ่านพิธีการอันแสนยาวนานมาทั้งวัน ตั้งแต่การเตรียมตัวในตอนเช้าตรู่ พิธีหมั้น พิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ ไปจนถึงงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสในช่วงค่ำ ช่วงเวลาที่เจ้าสาวและเจ้าบ่าวรอคอยมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้น "อาฟเตอร์ปาร์ตี้" (After Party) ช่วงเวลาที่คุณจะได้ปลดปล่อยความสนุกสนานและเฉลิมฉลองกับเพื่อนสนิทอย่างเต็มที่โดยไม่มีพิธีการใดๆ มาตีกรอบ! ถ้ายังไม่เคยวางแผนช่วงนี้มาก่อน ลองอ่านวิธีจัดอาฟเตอร์ปาร์ตี้ควบคู่ไปด้วย จะเห็นภาพว่าคืนนั้นต้องขยับตัวมากแค่ไหน
แต่ปัญหาคลาสสิกที่เจ้าสาวหลายคนมักเจอคือ "ชุดแต่งงานหลักมันหนักและเต้นยากเกินไป!" บางชุดมีกระโปรงทรงบอลกาวน์ที่พองฟู หางปลาที่รัดรูปจนก้าวขาไม่ออก หรือน้ำหนักของคริสตัลที่ปักอยู่เต็มชุด ทำให้การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างยากลำบาก ซึ่งเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่มาพร้อมกับทรงชุดเจ้าสาวแบบพิธีการอยู่แล้ว ดังนั้น การเตรียม ชุดแต่งงานสำหรับ After Party จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่คุณไม่ควรมองข้าม วันนี้ Wedly ขอเสนอไอเดียชุดอาฟเตอร์ปาร์ตี้ที่รับรองว่าทั้งสวย โดดเด่น และที่สำคัญคือ "ใส่สบาย" พร้อมให้คุณแดนซ์ได้ตลอดคืน!
1. ชุดเดรสสั้น (Mini Dress) สุดคิวท์และคล่องตัว
ชุดเดรสสั้นเหนือเข่าคือตัวเลือกอันดับหนึ่งสำหรับเจ้าสาวสายแดนซ์ที่ต้องการความคล่องตัวสูงสุด
- ข้อดี: ให้คุณสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระสุดๆ ไม่ต้องกังวลว่าใครจะมาเหยียบชายกระโปรงเวลาเต้น และที่สำคัญคือได้โชว์เรียวขาสวยๆ รวมถึงรองเท้าส้นสูงหรือรองเท้าผ้าใบคู่โปรดที่คุณอุตส่าห์ตั้งใจเลือกมาอย่างดี
- สไตล์ที่แนะนำ: หากปาร์ตี้ของคุณเน้นแสงสีเสียงจัดเต็ม เดรสสั้นประดับเลื่อม (Sequin) ทั้งตัว หรือคริสตัลระยิบระยับ จะช่วยให้คุณโดดเด่นเปล่งประกายท่ามกลางแสงไฟในปาร์ตี้ แต่ถ้าคุณชอบลุคที่ดูสนุกสนานและขี้เล่น เดรสสั้นแต่งขนนกฟูฟ่อง (Feather dress) หรือชุดที่ประดับพู่ (Fringe) ที่พลิ้วไหวตามจังหวะการเต้น ก็เป็นตัวเลือกที่เก๋ไก๋และมีสไตล์สุดๆ
2. จั๊มสูท (Jumpsuit) สวยเท่ ทะมัดทะแมง และมีสไตล์
ใครว่าเจ้าสาวต้องใส่แต่กระโปรงเท่านั้น? จั๊มสูทหรือกางเกงขายาวคือคำตอบที่ใช่สำหรับเจ้าสาวสายชิคและต้องการความทะมัดทะแมงขั้นสุด
- ข้อดี: เคลื่อนไหวสะดวกที่สุดในบรรดาชุดทุกแบบ ไม่ว่าจะกระโดด โยกย้าย หรือแม้แต่ฉีกขาเต้นก็ไม่ต้องกังวลว่าจะโป๊ ให้ลุคที่ดูทันสมัย มั่นใจ และฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ ของเจ้าสาว
- สไตล์ที่แนะนำ: จั๊มสูทคอวีลึก (Deep V-neck) หรือจั๊มสูทที่มีดีเทลปักลูกไม้ซีทรูช่วงบน จับคู่กับกางเกงทรงขาม้า (Flare pants) หรือขากระบอกกว้าง (Wide-leg) จะช่วยพรางหุ่น ทำให้รูปร่างดูเพรียวบางและขาดูยาวขึ้น ยิ่งใส่กับรองเท้าส้นสูงหรือรองเท้าผ้าใบส้นตึกเก๋ๆ สักคู่ รับรองว่าคุณจะเป็นเจ้าสาวที่เท่ที่สุดในค่ำคืนนั้น
3. เดรสยาวผ่าข้าง (High-Slit Dress) เซ็กซี่ขยี้ใจ
สำหรับเจ้าสาวที่ยังอยากคงความสง่างามด้วยเดรสยาว แต่ก็อยากให้ขยับตัวและเต้นได้ง่ายขึ้น แนะนำเป็นเดรสยาวที่มีดีเทล "ผ่าข้าง" สูงๆ
- ข้อดี: ให้ลุคที่ดูเซ็กซี่ หรูหรา และน่าค้นหาไปพร้อมกัน การผ่าข้างที่สูงช่วยให้คุณก้าวเดินและเต้นได้ง่ายกว่าเดรสยาวทรงสุ่มทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
- สไตล์ที่แนะนำ: เดรสผ้าซาตินเนื้อลื่น (Slip Dress) หรือผ้าไหมที่ทิ้งตัวสวยๆ เรียบหรูแต่ดูแพง ผ่าข้างสูงเพื่อโชว์เรียวขาเวลาเคลื่อนไหว เพิ่มดีกรีความเซ็กซี่ด้วยดีเทลเปิดหลัง (Open Back) ลึกๆ หรือสายเดี่ยวเส้นเล็กจิ๋ว รับรองว่าทุกลีลาการเต้นของคุณจะสะกดทุกสายตาให้มองมาที่คุณเพียงคนเดียว
4. ชุดแบบทูพีซ (Two-Piece / Crop Top) สวยเปรี้ยว ทันสมัย
แฟชั่นชุดแต่งงานแบบทูพีซหรือครอปท็อปกำลังมาแรงมากและเป็นที่นิยมสุดๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เหมาะกับปาร์ตี้ที่ดูเป็นกันเอง สบายๆ และเน้นความสนุกสนาน
- ข้อดี: โชว์สัดส่วน เอวคอดสวยๆ ดูมีความเป็นวัยรุ่น และข้อดีที่สุดคือ คุณสามารถนำเสื้อครอปท็อปหรือกระโปรงไปมิกซ์แอนด์แมทช์ใส่ในโอกาสอื่นๆ เช่น งานปาร์ตี้วันเกิด หรือดินเนอร์หรู ในอนาคตได้อีกด้วย คุ้มค่าสุดๆ
- สไตล์ที่แนะนำ: เสื้อครอปท็อปผ้าลูกไม้สวยหรู จับคู่กับกระโปรงสั้นทรงเอ หรือเสื้อครอปท็อปปักเลื่อมแวววาวจับคู่กับกางเกงขายาวทรงเอวสูง ให้ลุคที่ดูเปรี้ยวปนเท่ ไม่ซ้ำใคร และยังคงความเป็นเจ้าสาวสมัยใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
5. เดรสชายหน้าสั้นหลังยาว (High-Low Dress) สวยจบในชุดเดียว
ถ้าคุณเป็นคนรักพี่เสียดายน้อง เลือกไม่ได้ว่าจะใส่กระโปรงสั้นเพื่อความคล่องตัว หรือกระโปรงยาวเพื่อความอลังการดี เดรสทรงหน้าสั้นหลังยาวนี่แหละคือทางออกที่ตอบโจทย์คุณที่สุด!
- ข้อดี: ได้โชว์เรียวขาด้านหน้า ทำให้เดินและเต้นได้อย่างคล่องแคล่ว แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงความอลังการและความเป็นเจ้าสาวด้วยชายกระโปรงด้านหลังที่ยาวลากพื้นเบาๆ
- สไตล์ที่แนะนำ: เดรสกระโปรงฟูๆ แบบผ้าทูลล์ (Tulle) ซ้อนทับกันหลายๆ ชั้นให้ดูพองฟู หรือเดรสผ้าชีฟองพริ้วๆ ที่มีการจับเดรปสวยๆ จะช่วยเพิ่มความอ่อนหวานและดูมีมิติเวลาที่คุณขยับตัวหมุนไปรอบๆ ฟลอร์เต้นรำ
ทริคเพิ่มเติมสำหรับการเตรียมตัวช่วง After Party
- เนื้อผ้าต้องเบาสบาย ระบายอากาศได้ดี: หลีกเลี่ยงผ้าที่หนา หนัก หรือระบายความร้อนได้ยาก เช่น ผ้าทาฟฟต้า หรือกระโปรงที่มีโครงสุ่มแข็งๆ ควรเลือกใช้ผ้าที่เบาสบาย ทิ้งตัวสวย และมีความยืดหยุ่น เช่น ผ้าซาติน ผ้าชีฟอง หรือผ้าสแปนเด็กซ์ผสม เพื่อให้คุณเต้นได้อย่างไม่ต้องกลัวเหงื่อออกจนชุ่ม
- เตรียมรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าส้นแบนไว้เปลี่ยน: แม้ชุดคุณจะสวยอลังการแค่ไหน แต่ถ้ารองเท้าส้นสูงคู่โปรดของคุณเริ่มกัดหรือทำให้เมื่อยล้า ความสนุกก็จะจบลงทันที! อย่าลืมเตรียมรองเท้าผ้าใบสีขาวเก๋ๆ อาจจะปักชื่อบ่าวสาว หรือรองเท้าส้นแบนที่ใส่สบายสุดๆ มาเปลี่ยนในช่วงปาร์ตี้ด้วย (คู่มือเลือกรองเท้าเจ้าสาวมีวิธีเทียบความสูงส้นกับความยาวชุดไว้ให้แล้ว)
- ลองเต้นตอนฟิตติ้งชุดเสมอ: เวลาไปลองชุดที่ร้านหรือกับช่างตัดเสื้อ อย่ามัวแต่ยืนนิ่งๆ หน้ากระจก อย่าลืมลองขยับตัว นั่ง ก้ม เดิน และลองทำท่าเต้นดูคร่าวๆ เพื่อให้แน่ใจว่าชุดนี้ไม่ได้รัดรูปจนเกินไป ซิปไม่แตก และคุณสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระจริงๆ
- เตรียมพร็อพให้พร้อม: เพิ่มความสนุกให้ปาร์ตี้ด้วยพร็อพเก๋ๆ อย่างแว่นตากันแดดแฟนซี แท่งไฟ LED ปืนฉีดบับเบิ้ล หรือหมวกติดไฟ รับรองว่ารูปที่ถ่ายออกมาจะดูสนุกและมีชีวิตชีวามากๆ
การเลือกชุดอาฟเตอร์ปาร์ตี้ ไม่ได้มีกฎเกณฑ์ตายตัวเหมือนชุดพิธีการ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคุณต้องรู้สึก "มั่นใจ" "เป็นตัวของตัวเอง" และ "สนุก" ไปกับมัน เลือกชุดที่บ่งบอกความเป็นคุณมากที่สุด แล้วไปวาดลวดลายบนฟลอร์เต้นรำให้เต็มที่ สร้างความทรงจำที่แสนพิเศษในค่ำคืนของคุณและคนที่คุณรักกันเลย! (แล้วอย่าลืมส่งเพลย์ลิสต์อาฟเตอร์ปาร์ตี้ให้ดีเจล่วงหน้าด้วยนะคะ จะได้ไม่มีช่วงที่ฟลอร์ว่าง)
พร้อมเริ่มต้นวางแผนงานแต่งงานของคุณแล้วหรือยัง?