กำลังโหลด…

คุณเคยเห็นภาพถ่ายงานแต่งงานที่บ่าวสาวกำลังเดินเข้างานด้วยความรู้สึกตื้นตัน แต่ภาพที่ได้กลับเต็มไปด้วยจอโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ตไซส์ยักษ์ หรือมือของแขกที่ยื่นออกมาบังหน้าบ่าวสาวมิดไหมคะ? ช่างภาพหลายคนปวดหัวและเสียดายกับปัญหานี้มาก เพราะโมเมนต์สำคัญๆ เกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที และนั่นคือที่มาของเทรนด์ที่กำลังมาแรงทั่วโลกอย่าง "Unplugged Ceremony" ค่ะ
ในยุคที่ทุกคนติดหนึบอยู่กับหน้าจอและโซเชียลมีเดีย การจัดงานแต่งแบบ Unplugged ถือเป็นการดึงทุกคนกลับมาอยู่กับปัจจุบัน มาทำความเข้าใจกันแบบเจาะลึกว่าทำไมเทรนด์นี้ถึงฮิต และเราจะบอกแขกคนไทยที่มีวัฒนธรรมชอบถ่ายรูปอย่างไรให้บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่นค่ะ
Unplugged Ceremony คือการจัดงานแต่งงานที่บ่าวสาว "ขอความร่วมมือแขกอย่างเป็นทางการ ให้เก็บสมาร์ทโฟน กล้องถ่ายรูปส่วนตัว และแท็บเล็ต" ในระหว่างช่วงพิธีการสำคัญ (เช่น ตอนเดินเข้างาน ตอนกล่าวคำปฏิญาณรัก หรือตอนสวมแหวน)
จุดประสงค์หลักคือการมอบหน้าที่การบันทึกภาพทั้งหมดให้กับทีมช่างภาพและทีมวิดีโองานแต่งมืออาชีพที่บ่าวสาวจ้างมา และให้แขกทุกคนได้ใช้ดวงตาและหัวใจซึมซับบรรยากาศความรักที่อยู่ตรงหน้าจริงๆ


หากคุณกำลังลังเลว่าควรขอให้แขกงดใช้มือถือดีไหม ลองพิจารณาข้อดีเหล่านี้ดูค่ะ:
แทนที่แขกจะมองคุณผ่านหน้าจอมือถือเล็กๆ หรือมัวแต่พะวงว่าจะกดอัดวิดีโอทันไหม พวกเขาจะได้มองคุณด้วยสายตาจริงๆ เห็นน้ำตาแห่งความปีติ รอยยิ้ม และความรักของคุณแบบ 100% ภาพที่บ่าวสาวมองกลับไปหาแขก จะเป็นภาพใบหน้าที่ยิ้มแย้มและแววตาที่ซาบซึ้ง ไม่ใช่ภาพของเคสมือถือร้อยเครื่องที่หันเข้าหาคุณ

ช่างภาพงานแต่งที่คุณจ้างมาด้วยราคาหลักหมื่นหรือหลักแสน จะสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด! พวกเขาไม่ต้องคอยหลบมือถือแขกที่ยื่นมาขวางทางเดิน (Aisle) นอกจากนี้ แสงแฟลชจากกล้องมือถือหรือกล้องส่วนตัวของแขก มักจะไปรบกวนการจัดแสงไฟของช่างภาพ ทำให้ภาพเสียและแก้สียากมาก การงดใช้กล้องส่วนตัวช่วยการันตีว่าคุณจะได้รูปสวยระดับนิตยสารแน่นอน
การห้ามถ่ายรูปช่วยป้องกันไม่ให้มีภาพหลุดๆ ภาพทีเผลอ หรือภาพที่คุณหน้าตายังไม่พร้อม ถูกอัปโหลดและแท็กหาคุณบนโซเชียลมีเดียก่อนที่คุณจะอนุญาต บ่าวสาวหลายคู่ชอบที่จะเป็นคนแรกที่โพสต์รูปสวยๆ จากงานแต่งของตัวเองมากกว่าให้คนอื่นสปอยล์ค่ะ
ต่อให้เตือนแล้วเตือนอีก ก็มักจะมีแขกบางคนที่ลืมปิดเสียงโทรศัพท์ การเน้นย้ำให้เก็บโทรศัพท์ไปเลย ช่วยลดความเสี่ยงที่เสียงริงโทนจะดังขึ้นขัดจังหวะตอนที่คุณกำลังกล่าวคำสัญญารักที่ซึ้งที่สุด
การห้ามคนไทยเล่นมือถืออาจจะดูเป็นเรื่องแปลกใหม่และดูท้าทาย โดยเฉพาะกับญาติผู้ใหญ่ แต่เรามีวิธีสื่อสารที่น่ารัก สุภาพ และมีศิลปะค่ะ:
สร้างความเข้าใจตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วยการระบุข้อความสั้นๆ ในการ์ดเชิญ หรือในเว็บไซต์งานแต่งของคุณ ตัวอย่าง: "ขอเชิญทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาสำคัญนี้อย่างเต็มที่ โดยทางเราขอความร่วมมืองดถ่ายภาพและวิดีโอในช่วงพิธีการ เพื่อให้ช่างภาพของเราได้เก็บบรรยากาศให้ทุกท่านได้อย่างสมบูรณ์แบบค่ะ/ครับ"
ทำป้ายดีไซน์สวยๆ สไตล์เดียวกับงานของคุณ วางตั้งไว้หน้าประตูทางเข้างาน อธิบายด้วยข้อความน่ารักๆ หรือเป็นกลอนสั้นๆ ตัวอย่าง: "Welcome to our Unplugged Ceremony! ขอความกรุณาเก็บโทรศัพท์และกล้องถ่ายรูป แล้วมาซึมซับช่วงเวลาแห่งความสุขนี้ไปด้วยกันนะคะ"
วิธีนี้ได้ผลดีที่สุด! ให้พิธีกร (MC) ของคุณประกาศขอความร่วมมืออย่างสุภาพและเป็นกันเอง ก่อนที่บ่าวสาวจะเดินเข้างานประมาณ 5 นาที ตัวอย่าง: "ก่อนที่ช่วงเวลาสำคัญจะเริ่มขึ้น บ่าวสาวขอความร่วมมือแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน งดถ่ายภาพและวิดีโอในช่วงพิธีการเดินเข้างานและสวมแหวนนะคะ เพื่อให้ทีมภาพมืออาชีพได้เก็บความทรงจำได้อย่างเต็มที่ และขอให้ทุกท่านร่วมปรบมือและส่งรอยยิ้มให้กับบ่าวสาวของเราอย่างเต็มที่ค่ะ!"
Tips เพิ่มเติม: เมื่อจบพิธีการสำคัญแล้ว (เช่น ช่วงทานอาหารหรือช่วงอาฟเตอร์ปาร์ตี้) อย่าลืมให้พิธีกรประกาศว่า "ตอนนี้ทุกคนสามารถหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปและติด Hashtag งานของเราได้เต็มที่เลยค่ะ!" เป็นการสร้างความสมดุลที่ลงตัวสุดๆ
ลองนำเทรนด์ Unplugged Ceremony ไปปรับใช้ในงานของคุณดูนะคะ รับรองว่างานแต่งของคุณจะเต็มไปด้วยความอบอุ่น และภาพถ่ายที่คุณได้รับจะคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์แน่นอนค่ะ!
คือการขอความร่วมมือแขกที่มาร่วมงาน ให้งดใช้โทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป หรือแท็บเล็ต ในระหว่างช่วงพิธีการสำคัญ เพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมกับโมเมนต์ตรงหน้าจริงๆ
สามารถเขียนไว้ในการ์ดเชิญล่วงหน้า, ทำป้ายน่ารักๆ วางไว้หน้างาน, และให้พิธีกร (MC) ประกาศขอความร่วมมืออย่างสุภาพก่อนที่บ่าวสาวจะเดินเข้างาน
พร้อมเริ่มต้นวางแผนงานแต่งงานของคุณแล้วหรือยัง?