กำลังโหลด…

ลองนึกภาพงานเลี้ยงฉลองที่อาหารอร่อยสุดๆ สถานที่ตกแต่งเวทีสวยปัง แต่... กลับไม่มีคนคอยบอกแขกว่า "ตอนนี้เรากำลังจะทำอะไรต่อกันคะ?" — แขกก็งง คู่บ่าวสาวก็ยืนเก้อ แอบมีช่วงเดดแอร์เงียบยาวจนน่าอึดอัด... นั่นแหละค่ะ คืองานที่ขาด พิธีกร (MC) ที่ดี!
MC นี่แหละค่ะคือหัวใจสำคัญ! เป็นคนที่ถือไมค์แล้วคอยคุมจังหวะทั้งงานเลี้ยงให้ไหลลื่นจากคิวหนึ่งไปอีกคิวอย่างเนียนๆ เลือกดีงานก็สนุกไม่มีสะดุด แต่ถ้าเลือกพลาด งานอาจจะกร่อยได้เลยน้า บทความนี้Wedly จะพามาดูว่า MC เค้าทำอะไรกันบ้าง เราควรจะจ้างมืออาชีพหรือให้เพื่อนรักช่วยดี และจะทำสคริปต์คิวงานยังไงให้ทุกอย่างเป๊ะปังแบบไม่ต้องกังวลค่ะ
หลายคนอาจจะคิดว่า MC แค่ขึ้นมา "พูดเปิดงาน" แล้วก็จบ แต่จริงๆ แล้วหน้าที่เค้าเยอะกว่านั้นมากเลยค่ะ
จะเห็นเลยว่า หัวใจของ MC ไม่ใช่แค่คนที่ "พูดเก่ง" อย่างเดียวนะคะ แต่ต้องเป็นคนที่ คุมจังหวะเป็นและรับมือกับปัญหาเฉพาะหน้า ได้ดีเยี่ยมด้วยค่ะ

คำถามยอดฮิตเลย! คำตอบข้อนี้ขึ้นอยู่กับขนาดและสไตล์ของงานเราเลยค่ะ
| จ้างมืออาชีพ (Pro MC) | ให้เพื่อนช่วย (Best Friend MC) | |
|---|---|---|
| ข้อดี | คุมจังหวะเก่ง แก้สถานการณ์ได้เนียน เสียงและลีลาโปรสุดๆ | อบอุ่น เป็นกันเองมาก รู้จักคู่บ่าวสาวดี ประหยัดงบด้วย |
| ข้อควรระวัง | มีค่าใช้จ่าย และอาจจะไม่รู้เรื่องอินไซด์ส่วนตัวของเรา | อาจจะตื่นเต้น ประหม่า คิวหลุดได้ ถ้าไม่ได้ซ้อมให้ดี |
| เหมาะกับ | งานใหญ่ คิวเยอะ แขกผู้ใหญ่/สปอนเซอร์เยอะ | งานเล็กๆ บรรยากาศชิลๆ สบายๆ เป็นกันเอง |
ทางสายกลาง ที่ Wedly เห็นหลายคู่ใช้แล้วเวิร์กมากคือ จ้างมืออาชีพมาคุมคิวหลักทั้งหมด แล้วให้เพื่อนสนิทขึ้นมาแจมช่วงเล่าเรื่องคู่บ่าวสาวค่ะ จะได้ทั้งความเนี้ยบเป๊ะและความอบอุ่นน่ารักไปพร้อมๆ กันเลย

ทริกเล็กๆ: ถ้าจะให้เพื่อนเป็น MC ให้เลือกคนที่ "พูดต่อหน้าคนเยอะๆ ได้โดยไม่ประหม่า" เป็นอันดับแรกนะคะ สำคัญกว่าคนที่ตลกที่สุดในกลุ่มน้า เพราะงานเราต้องการคนคุมจังหวะงานให้อยู่ ไม่ใช่แค่คนเรียกเสียงหัวเราะอย่างเดียวค่ะ
ไม่ว่าจะจ้างโปรหรือให้เพื่อนช่วย สิ่งที่ขาดไม่ได้เด็ดขาดคือ สคริปต์คิวงาน ค่ะ! ต้องระบุชัดเจนว่าเวลาไหนทำอะไร ลองดูตัวอย่างโครงคิวงานเลี้ยงง่ายๆ กันค่ะ:
ในสคริปต์ ควรจะต้องมี ชื่อจริง-ชื่อเล่นที่สะกดและอ่านถูกเป๊ะๆ, ตำแหน่งของคนที่จะเชิญขึ้นเวที, และที่สำคัญคือ "สิ่งที่ห้ามพูด" (เช่น เรื่องแฟนเก่า มุกตลกที่ครอบครัวอาจจะไม่โอเค) ลิสต์ให้ครบเลยนะคะ MC จะได้ไม่พลาดพาดพิง ถ้ายังไม่มีโครงกำหนดการทั้งวัน ลองไปอ่าน ลำดับพิธีและกำหนดการงานแต่ง ประกอบได้เลยค่า

ถ้าเป็นไปได้ ให้ MC ซ้อมเดินคิวกับทีมงาน อย่างน้อยสักหนึ่งรอบก่อนงานจริงนะคะ โดยเฉพาะจังหวะส่งต่อระหว่างคิวต่างๆ เช่น ใครจะกดเพลง ใครจะเปิดไฟเวที คนที่จะขึ้นพูดนั่งอยู่โต๊ะไหน ซ้อมแล้วเราจะเห็นจุดที่อาจจะสะดุดล่วงหน้า จะได้แก้ทันค่ะ อย่าลืมประสานงานกับ ทีมเสียง เพลง และช่างภาพ ด้วยน้า เพราะ MC จะเป็นคนให้คิวทั้งหมดเลย ถ้าอยากหาไอเดียเพลงเปิดตัวหรือเพลงคลอเพราะๆ ลองไปดู เพลงงานแต่ง ได้นะคะ
รู้ไหมคะว่า หัวใจของ MC ที่ดีคือ กำหนดการที่ชัดเจน ค่ะ! Wedly ให้เราสร้าง กำหนดการวันงาน (Day rundown) พร้อมระบุเวลา รายละเอียดแต่ละคิว และ ทีมงานพิธี (ใครทำหน้าที่อะไร เบอร์/LINE ติดต่อ) แล้วสามารถแชร์ให้ MC และทีมรันคิวทุกคนเห็นตรงกันได้เลย พอทุกคนดูโพยใบเดียวกัน งานก็ไหลลื่นไม่มีใครหลุดคิวแน่นอนค่ะ!
พิธีกรงานแต่งที่ดีคือคนที่ คุมจังหวะงานเป็นและแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าได้เนียนๆ จะจ้างมืออาชีพหรือให้เพื่อนช่วยก็ได้หมดเลยค่ะ ขอแค่เราเตรียม สคริปต์คิวงานชัดๆ และพาซ้อมสักรอบ เท่านี้งานเลี้ยงของเราก็จะไหลลื่นตั้งแต่ต้นจนส่งแขกกลับบ้าน แขกสนุกมีความสุข ส่วนคู่บ่าวสาวก็สบายใจ ไม่ต้องคอยกังวลว่า "เอ๊ะ... ต่อไปคิวอะไรนะ?" ปล่อยจอยยิ้มสวยๆ ได้เลย!
อยากให้งานทั้งวันเป๊ะปังทุกขั้นตอน ลองไปอ่าน กำหนดการงานแต่ง และ เช็กลิสต์เตรียมงาน ต่อได้เลยค่า
ไม่จำเป็นเสมอไป งานเล็กที่บรรยากาศเป็นกันเองให้เพื่อนที่พูดเก่งช่วยได้ แต่งานใหญ่ที่มีคิวเยอะ ผู้ใหญ่เยอะ หรือมีสปอนเซอร์/พิธีการทางการ มืออาชีพจะคุมจังหวะและแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าได้ดีกว่ามาก
มืออาชีพมักคิดหลักพันถึงหลักหมื่นต่องาน ขึ้นกับชื่อเสียง ประสบการณ์ ความยาวงาน และว่าต้องเขียนสคริปต์/ซ้อมให้ด้วยไหม บางเจ้ารวมในแพ็กเกจ organizer อยู่แล้ว
ส่งกำหนดการ (rundown) คิวงานทั้งหมด รายชื่อคนที่จะขึ้นเวที/กล่าวอวยพร ชื่อเล่น-ชื่อจริงที่อ่านถูก เรื่องราวของคู่บ่าวสาว และสิ่งที่ห้ามพูด ยิ่ง MC รู้ข้อมูลมาก งานยิ่งลื่น
ได้ และมักอบอุ่นเป็นกันเองด้วย แต่ควรเลือกคนที่พูดต่อหน้าคนเยอะได้ ไม่ประหม่า มีสคริปต์ให้ชัด และซ้อมกับคิวงานจริงอย่างน้อยหนึ่งรอบ เพื่อไม่ให้เกิดช่วงเงียบหรือคิวหลุด
พร้อมเริ่มต้นวางแผนงานแต่งงานของคุณแล้วหรือยัง?