กำลังโหลด…

ภาพเจ้าสาวสวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ เดินควงแขนคุณพ่อไปตามทางเดินในโบสถ์ที่มีแสงแดดส่องผ่านกระจกสี พร้อมเสียงเพลงบรรเลงและคำสาบานรักที่แสนโรแมนติก... นี่คือภาพฝันของสาวๆ หลายคนเลยใช่ไหมคะ? (ใครกำลังตามหาชุดขาวในฝันอยู่ แวะดูคู่มือเลือกชุดเจ้าสาว ก่อนได้เลยค่ะ)
การจัดงานแต่งงานแบบคริสต์ (Christian Wedding) ในไทยนั้นมีความศักดิ์สิทธิ์ เรียบง่าย และเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง วันนี้ Wedly จะพาไปเจาะลึกขั้นตอนการแต่งงานในโบสถ์ให้บ่าวสาวที่สนใจได้เตรียมตัวกันค่ะ!
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า พิธีแต่งงานคริสต์ในไทยหลักๆ แบ่งเป็น 2 นิกาย ซึ่งมีรายละเอียดพิธีต่างกันเล็กน้อย:
การแต่งงานในโบสถ์ไม่ใช่แค่มีเงินจองสถานที่แล้วจะแต่งได้เลยนะคะ แต่มีข้อกำหนดที่ต้องทำตาม:

พิธีการส่วนใหญ่มักจะใช้เวลาประมาณ 1 - 1.5 ชั่วโมง โดยมีลำดับคร่าวๆ ดังนี้ค่ะ:
แขกจะนั่งประจำที่ (โดยธรรมเนียม แขกฝ่ายสาวนั่งฝั่งซ้าย แขกฝ่ายชายนั่งฝั่งขวา) จากนั้นขบวนแห่จะเริ่มขึ้น นำโดยบาทหลวง/ศิษยาภิบาล, เพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาว, เด็กโปรยดอกไม้ (Flower Girl) และเด็กถือแหวน (Ring Bearer) ปิดท้ายด้วยไฮไลต์สำคัญคือ เจ้าสาวที่เดินควงแขนคุณพ่อ (เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าพ่อส่งมอบลูกสาวให้เจ้าบ่าวดูแลต่อ)

ทุกคนในโบสถ์จะร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า จากนั้นจะมีการอ่านพระคัมภีร์บทที่เกี่ยวกับความรักและการใช้ชีวิตคู่ และบาทหลวง/ศิษยาภิบาลจะทำการเทศนาให้โอวาทแก่บ่าวสาว

มาถึงช่วงที่โรแมนติกและซึ้งที่สุด! บ่าวสาวจะหันหน้าเข้าหากัน จับมือกัน และกล่าวคำสาบานว่าจะรักและดูแลกันไปตลอดชีวิต ไม่ว่าจะในยามสุขหรือยามทุกข์ ยามมั่งมีหรือยากจน (บางคู่สามารถเขียน Vows ของตัวเองเพื่อเพิ่มความซาบซึ้งได้ด้วย — เรารวมวิธีเขียนคำปฏิญาณให้กินใจ ไว้ให้แล้ว)
บาทหลวงจะทำการเสกแหวน (สำหรับคาทอลิก) หรืออธิษฐานขอพรให้แหวน จากนั้นบ่าวสาวจะสวมแหวนให้แก่กันและกันที่นิ้วนางข้างซ้าย เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความรักที่ไม่มีวันสิ้นสุด (จะใช้แหวนหมั้นวงเดิมเป็นแหวนแต่งงานได้ไหม อ่านต่อที่ความต่างของแหวนหมั้นกับแหวนแต่งงาน)
บ่าวสาวจะนำเทียนที่จุดจากครอบครัวของแต่ละฝ่าย (ตัวแทนของ 2 ครอบครัว) มาจุดเทียนเล่มใหญ่ตรงกลางร่วมกัน เพื่อแสดงถึงการรวมเป็นครอบครัวเดียวกัน แสงสว่างนำทางชีวิตคู่

บาทหลวง/ศิษยาภิบาลจะประกาศอย่างเป็นทางการว่าทั้งสองได้เป็นสามีภรรยากันแล้วต่อหน้าพระเจ้าและแขกผู้มีเกียรติ และนี่คือช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอย... "You may now kiss the bride!" (เจ้าบ่าวจุมพิตเจ้าสาวได้)
บ่าวสาวพร้อมพยานจะไปลงนามในเอกสารการแต่งงานของโบสถ์ (ไม่ใช่ทะเบียนสมรสตามกฎหมายนะคะ ต้องไปจดทะเบียนสมรสที่อำเภอ แยกอีกครั้ง)
บ่าวสาวเดินควงแขนกันเดินออกจากโบสถ์ แขกอาจจะโปรยกลีบดอกไม้หรือเป่าบับเบิ้ลเพื่อแสดงความยินดี พร้อมถ่ายรูปครอบครัวหน้าโบสถ์เป็นอันจบพิธีค่ะ

งานแต่งในโบสถ์มักจะมีการจำกัดจำนวนที่นั่งที่ค่อนข้างเคร่งครัด การบริหารจำนวนแขกจึงสำคัญมาก! บ่าวสาวสามารถใช้ฟีเจอร์ จัดการรายชื่อแขก (Guest List) บน Wedly เพื่อเช็กจำนวนแขกที่จะมาร่วมงาน และใช้ ระบบตอบรับคำเชิญ ให้แขกตอบรับการเข้าร่วมงานได้ง่ายๆ จะได้เตรียมที่นั่งและของว่างได้พอดีค่ะ
การแต่งงานในโบสถ์เป็นความทรงจำที่สวยงามและศักดิ์สิทธิ์ ขอให้บ่าวสาวเตรียมตัวให้พร้อมและมีความสุขกับทุกช่วงเวลาในวันสำคัญนะคะ! 🕊️
ได้ค่ะ แต่ส่วนใหญ่จะมีเงื่อนไขว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องเป็นคริสเตียน และต้องได้รับการยินยอมหรือเข้าเรียนหลักสูตรเตรียมตัวแต่งงาน (เรียนคำสอน) ตามที่โบสถ์นั้นๆ กำหนด
ขึ้นอยู่กับโบสถ์ โดยปกติจะมีค่าบำรุงสถานที่ ค่าดอกไม้ตกแต่ง ค่านักดนตรี/นักร้องประสานเสียง ซึ่งอาจจะอยู่ที่หลักหมื่นต้นๆ ไปจนถึงหลายหมื่นบาท ควรสอบถามรายละเอียดกับทางโบสถ์โดยตรง
โบสถ์สวยๆ และเป็นที่นิยมมักจะคิวเต็มเร็วมาก แนะนำให้จองล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปีค่ะ
พร้อมเริ่มต้นวางแผนงานแต่งงานของคุณแล้วหรือยัง?