ยอมรับมาเถอะค่ะว่าว่าที่บ่าวสาวหลายคู่มัวแต่ตื่นเต้นกับการเตรียมพิธีแต่งงาน เลือกชุดแต่งงาน ชิมเค้ก จนเผลอลืมเรื่อง จดทะเบียนสมรส ไปเลย ทั้งที่จริงๆ แล้วมันคือขั้นตอนเดียวที่ทำให้การแต่งงานของเราสมบูรณ์ตามกฎหมายนะคะ และเมื่อจดทะเบียนแล้ว สิทธิทางกฎหมายต่างๆ ทั้งเรื่องทรัพย์สิน การกู้ร่วม หรือการจัดการมรดกก็จะตามมาค่ะ
ข่าวดีก็คือขั้นตอนการจดทะเบียนสมรสในไทยนั้นไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิดเลยค่ะ วันนี้ Wedly สรุปมาให้ครบแบบเจาะลึกสุดๆ ตั้งแต่เอกสารที่ต้องใช้ ขั้นตอนการเดินเข้าไปจดที่อำเภอ เรื่องของสินสมรส การเปลี่ยนนามสกุล ไปจนถึงกรณีจดกับชาวต่างชาติและสมรสเท่าเทียม เซฟบทความนี้เก็บไว้เช็กลิสต์ได้เลยค่ะ!
💡 ขอเตือนไว้ก่อนนิดนึงนะคะ: กฎหมายและระเบียบอาจมีการปรับปรุงได้เสมอ ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไปอ้างอิงตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ปัจจุบัน (อัปเดตปี 2569) ดังนั้น ควรเช็กกับที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตที่จะไปจด หรือกรมการปกครอง (DOPA) ก่อนเสมอ เพื่อคอนเฟิร์มเอกสารสำหรับกรณีของคู่คุณค่ะ
1. เงื่อนไขเบื้องต้น: ใครจดทะเบียนสมรสได้บ้าง?
ก่อนจะเตรียมเอกสาร ลองเช็กเงื่อนไขตามกฎหมายกันก่อนค่ะ:
- อายุ: ทั้งสองฝ่ายต้องมีอายุ 17 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป (หากอายุ 17-19 ปี ถือเป็นผู้เยาว์ ต้องได้รับความยินยอมจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองตามกฎหมาย)
- สถานภาพ: ต้องเป็นโสด ไม่ได้จดทะเบียนสมรสซ้อนกับบุคคลอื่น
- ความสัมพันธ์: ไม่เป็นญาติสืบสายโลหิตโดยตรง (พ่อแม่ ลูก ปู่ย่า ตายาย) และไม่เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาหรือร่วมแต่บิดาหรือมารดาเดียวกัน
- กรณีหญิงหม้าย/หย่า: หากเคยจดทะเบียนสมรสแล้วหย่า หรือสามีเสียชีวิต จะจดทะเบียนสมรสใหม่ได้ต้องเว้นระยะเวลา 310 วันนับจากวันหย่าหรือวันเสียชีวิต ยกเว้น คลอดบุตรแล้ว, แต่งงานกับคู่สมรสเดิม, มีใบรับรองแพทย์ว่าไม่ได้ตั้งครรภ์ หรือมีคำสั่งศาล
- สมรสเท่าเทียม 🏳️🌈: ข่าวดีสุดๆ! ตั้งแต่ต้นปี 2568 กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้แล้ว คู่รัก LGBTQ+ หรือคู่รักทุกเพศสามารถจดทะเบียนสมรส (จดทะเบียนคู่ชีวิต/สมรส) ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และได้รับสิทธิเทียบเท่าคู่รักชายหญิงทุกประการค่ะ
2. เอกสารที่ต้องใช้ (กรณีทั่วไป คู่รักคนไทย)
หากคุณทั้งคู่เป็นคนไทยสัญชาติไทย เตรียมเอกสารแค่นี้เลยค่ะ:
- บัตรประจำตัวประชาชน ของทั้งสองฝ่าย (ใช้ตัวจริง)
- ทะเบียนบ้าน (ฉบับเจ้าบ้าน) (ใช้ตัวจริงและสำเนา แม้ปัจจุบันบางเขตจะใช้แค่บัตรประชาชนเสียบ Smart Card แต่พกทะเบียนบ้านไปชัวร์กว่าค่ะ)
- พยานอย่างน้อย 2 คน พร้อมบัตรประชาชนตัวจริงของพยาน (พยานต้องอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป จะเป็นญาติ เพื่อน หรือคนรู้จักก็ได้ ต้องมาเซ็นชื่อต่อหน้าเจ้าหน้าที่ในวันจดด้วยค่ะ)
- หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี และกรณีที่ข้อมูลในบัตรประชาชนยังไม่อัปเดต)
กรณีพิเศษ (ที่ต้องใช้เอกสารเพิ่ม)
- กรณีเคยสมรสแล้วหย่า: ต้องใช้ใบสำคัญการหย่า (คร.6) มาแสดงด้วย
- กรณีคู่สมรสเดิมเสียชีวิต: ต้องใช้ใบมรณบัตรของคู่สมรสเดิม
- กรณีอายุ 17-19 ปี: บิดามารดาต้องมาเซ็นยินยอมต่อหน้าเจ้าหน้าที่ พร้อมนำบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านมาด้วย (หากพ่อแม่มาไม่ได้ ต้องมีหนังสือยินยอมที่รับรองโดยนายอำเภอ)
3. การจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ
หากแฟนของคุณเป็นชาวต่างชาติ ขั้นตอนจะซับซ้อนขึ้นมากค่ะ ไม่สามารถเดินดุ่มๆ เข้าไปที่อำเภอได้เลย ต้องผ่านกระบวนการเตรียมเอกสารจากสถานทูตก่อน:
- หนังสือรับรองความเป็นโสด (Affirmation of Freedom to Marry): ชาวต่างชาติต้องไปติดต่อสถานทูตของตนเองในไทย เพื่อขอหนังสือรับรองสถานภาพว่าโสด (เงื่อนไขของแต่ละสถานทูตไม่เหมือนกัน บางที่ต้องนัดล่วงหน้านานมาก)
- แปลเอกสาร: นำหนังสือรับรองนั้นไปแปลเป็นภาษาไทยโดยศูนย์แปลที่ได้มาตรฐาน
- รับรองเอกสาร: นำเอกสารตัวจริงและฉบับแปลไปให้ กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (แจ้งวัฒนะ หรือสาขา) ประทับตรารับรอง
- จดทะเบียนสมรส: นำเอกสารทั้งหมดที่รับรองแล้ว พร้อมพาสปอร์ตของชาวต่างชาติ และเอกสารของฝ่ายไทย ไปจดทะเบียนที่อำเภอ (บางเขตที่รับจดต่างชาติบ่อยๆ เช่น เขตบางรัก อาจต้องการให้มีล่ามมาด้วย ลองโทรสอบถามล่วงหน้านะคะ)
4. จดทะเบียนสมรสที่ไหนได้บ้าง?
- ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตที่ไหนก็ได้ ทั่วประเทศ! ไม่จำเป็นต้องเป็นเขตหรืออำเภอที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านค่ะ
- เขตยอดฮิต: สำนักงานเขตบางรัก (กทม.) เป็นเขตยอดฮิตตลอดกาลเพราะชื่อเป็นมงคล หากต้องการไปจดที่นี่ในวันวาเลนไทน์หรือวันที่ฤกษ์ดีมากๆ ต้องจองคิวล่วงหน้าผ่านแอป BMAQ หรือตามประกาศของเขตค่ะ
5. ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย
- การเดินเข้าไปจดทะเบียนที่สำนักงานเขต/อำเภอ ใน วันและเวลาราชการ (จันทร์-ศุกร์ 8.30 - 16.30 น.) = ฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม ค่ะ
- การจดทะเบียนสมรสนอกสถานที่: หากต้องการให้เจ้าหน้าที่นำสมุดทะเบียนมาให้เซ็นในงานแต่งงานของเรา (เช่น เซ็นตอนพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์) สามารถทำได้ค่ะ! ต้องไปยื่นคำร้องล่วงหน้าที่เขต จะมีค่าธรรมเนียมตามกฎหมาย (ประมาณ 200 บาท) และโดยธรรมเนียมปฏิบัติ เจ้าภาพควรจัดรถรับส่งและมีสินน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ให้เจ้าหน้าที่ที่สละเวลามานอกสถานที่ค่ะ
6. จดทะเบียนแล้ว เปลี่ยนนามสกุลไหม? ทรัพย์สินเป็นยังไง?
หลังจากเซ็นชื่อและรับ ใบสำคัญการสมรส (คร.3) สวยๆ มาครอบครองแล้ว ยังมีงานเอกสารที่ต้องตามเก็บหลังจดทะเบียนอีกชุดหนึ่ง เริ่มจากสองเรื่องนี้ก่อนค่ะ:
- คำนำหน้าและนามสกุล: กฎหมายปัจจุบันให้สิทธิเสรีภาพเต็มที่ ฝ่ายหญิงจะใช้ "นาง" หรือ "นางสาว" ต่อไปก็ได้ และทั้งคู่จะเลือกใช้นามสกุลเดิมของตนเอง, เปลี่ยนไปใช้นามสกุลของอีกฝ่าย, หรือเอานามสกุลอีกฝ่ายมาเป็นชื่อรองก็ได้ค่ะ (คู่รัก LGBTQ+ ก็ใช้สิทธินี้ได้เช่นกัน)
- สินสมรส vs สินส่วนตัว: ตั้งแต่วินาทีที่จดทะเบียน ทรัพย์สินหรือรายได้ใดๆ ที่หามาได้หลังจากนี้ จะถือเป็น "สินสมรส" (Joint Property) ที่ทั้งสองคนมีสิทธิคนละครึ่ง (รวมถึงหนี้สินที่สร้างร่วมกันด้วย!) ส่วนทรัพย์สินที่มีมาก่อนจดทะเบียน จะเรียกว่า "สินส่วนตัว" ค่ะ หากต้องการทำสัญญาก่อนสมรส (Prenuptial Agreement) ต้องทำและจดแจ้งพร้อมกับการจดทะเบียนสมรสนะคะ
7. วางแผนเรื่องทะเบียนสมรสลงในคิวงาน
หลายคู่เลือกที่จะจดทะเบียนในวันจัดพิธีเลย บางคู่ก็แยกวันไปจดตามฤกษ์สะดวก และบางคู่ก็ซีเรียสเรื่องฤกษ์ดีสำหรับจดทะเบียนโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน แนะนำให้ ใส่เป็นหนึ่งในเช็กลิสต์ ตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วเตรียมนัดคิวพยานล่วงหน้านะคะ (แวะไปดู เช็กลิสต์งานแต่งงาน ของเราได้เลย)
วางแผนงานแต่งให้ครบในแอปเดียว
จัดการงานเอกสารไม่ให้หลุดด้วย Wedly
เรื่องงานทะเบียนเป็นอะไรที่หลงลืมกันบ่อยมากๆ เพราะมัวแต่โฟกัสงานจัดเลี้ยง หาช่างภาพ หาชุดแต่งงาน ในแอป Wedly คุณสามารถเพิ่มรายการ "จดทะเบียนสมรสและเตรียมเอกสาร/พยาน" ลงในเช็กลิสต์ ตั้งกำหนดวัน แล้วค่อยๆ ติ๊กเมื่อทำเสร็จ คุณยังสามารถบันทึกค่าใช้จ่ายเรื่องการแปลเอกสาร (กรณีต่างชาติ) ไว้ในฟีเจอร์ Budget ได้ด้วย จะได้ไม่พลาดขั้นตอนที่สำคัญที่สุดตามกฎหมายและคุมงบได้อยู่หมัดค่ะ
สรุปส่งท้าย
การจดทะเบียนสมรสไม่ได้ยุ่งยากเลยใช่มั้ยคะ — แค่เตรียม บัตรประชาชนตัวจริง ทะเบียนบ้าน และพยาน 2 คน เดินเข้าไปที่อำเภอหรือเขตไหนก็ได้ในวันเวลาราชการ ก็ทำได้ฟรีๆ แล้วค่ะ ส่วนใครที่มีกรณีต่างชาติ เคยสมรส หรือต้องการจดนอกสถานที่ ก็เตรียมเอกสารเพิ่มอีกนิดหน่อย อย่าลืมใส่เรื่องนี้ไว้ในเช็กลิสต์และโทรเช็กรายละเอียดกับอำเภอก่อนไปทุกครั้งนะคะ ขอให้การเริ่มต้นชีวิตคู่ตามกฎหมายของคุณมีแต่ความราบรื่นและมีความสุขค่ะ! 💖
พร้อมเริ่มต้นวางแผนงานแต่งงานของคุณแล้วหรือยัง?