กำลังโหลด…

รู้ไหมคะว่าบรรยากาศงานแต่งจะ "สนุกสุดเหวี่ยง" หรือ "โรแมนติกซาบซึ้ง" สิ่งที่คอยทำหน้าที่กำกับอารมณ์ของแขกทั้งงานก็คือ เสียงเพลง นี่แหละค่ะ! แต่พอถึงเวลาต้องจ้างวงดนตรี บ่าวสาวหลายคู่อาจจะลังเลว่าจะเลือกวงแบบไหนดี วงใหญ่ไปเลยดีไหม หรือแค่วงเล็กๆ ก็พอ?
วันนี้ Wedly จะพาไปเจาะลึก 3 รูปแบบดนตรีงานแต่งยอดฮิต เพื่อช่วยคุณตัดสินใจเลือกวงดนตรีที่ใช่และอยู่ในงบประมาณกันค่ะ!



วงดนตรีขนาดเล็กที่มีนักร้อง 1 คน และเครื่องดนตรี 1-2 ชิ้น (เช่น กีตาร์โปร่ง, คีย์บอร์ด, หรือคาฮอง) เน้นเพลงฟังสบายๆ ชิลๆ
วงดนตรีสดแบบครบวง มีทั้งนักร้องนำ กีตาร์ เบส กลองชุด คีย์บอร์ด และอาจจะเสริมเครื่องเป่า (Saxophone/Trumpet) เข้าไปด้วย
บางงานอาจไม่มีวงดนตรีสด แต่ใช้ดีเจคอยเปิดเพลงและมิกซ์ดนตรีให้เข้ากับอารมณ์งานแทน หรือจ้างมาเฉพาะช่วง After Party
เมื่อเลือกวงที่ใช่ได้แล้ว สิ่งสำคัญคือการสื่อสารและส่งมอบ กำหนดการ (Rundown) ให้ชัดเจนค่ะ:
การเลือกวงดนตรีไม่มีแบบไหนผิดหรือถูก ขึ้นอยู่กับ มู้ดงานที่คุณอยากได้ และ งบประมาณที่มี ค่ะ ถ้าเน้นคุยสบายๆ ให้เลือก Acoustic ถ้าเน้นสนุกอลังการให้จัด Full Band และถ้าสายตื๊ดก็ต้อง DJ เลย!
เมื่อได้วงดนตรีแล้ว ลองแวะไปดู ไอเดียการจัดเพลย์ลิสต์เพลงงานแต่ง เพื่อนำไปบรีฟวงดนตรีกันต่อนะคะ รับรองว่าเพอร์เฟกต์!
ราคาขึ้นอยู่กับจำนวนเครื่องดนตรีและชื่อเสียงของวงค่ะ วงโฟล์คซองหรือ Acoustic Duo มักเริ่มต้นที่ 8,000-15,000 บาท ส่วน Full Band วงใหญ่จัดเต็มอาจเริ่มต้นที่ 25,000 บาทไปจนถึงหลักแสนบาทค่ะ
ถ้าโรงแรมหรือสถานที่จัดงานมีเครื่องเสียงที่ได้มาตรฐานอยู่แล้วอาจไม่ต้องจ้างเพิ่ม แต่ถ้าเป็นวง Full Band หรือสถานที่เป็นลานกว้าง/Outdoor แนะนำให้จ้างเครื่องเสียงแยกเพื่อให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีและไม่หอนค่ะ
โดยทั่วไปวงดนตรีงานแต่งจะเล่นประมาณ 2-3 ชั่วโมง แบ่งเป็นช่วงเบรกสั้นๆ หรือเล่นคลอไปตั้งแต่ช่วงแขกเข้างาน จนจบพิธีการหลักค่ะ
ดีเจเหมาะกับงาน After Party ที่ต้องการความสนุกสุดเหวี่ยง หรือคู่รักที่เน้นเปิดเพลงเต้นรำสนุกๆ ค่ะ นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดพื้นที่เวทีและงบประมาณได้ดีกว่าวง Full Band
พร้อมเริ่มต้นวางแผนงานแต่งงานของคุณแล้วหรือยัง?