กำลังโหลด…

สวัสดีค่ะว่าที่บ่าวสาวทุกท่าน! พอตกลงปลงใจกันเรียบร้อย คำถามแรกจากผู้ใหญ่มักจะเป็น "ได้ฤกษ์แต่งงานหรือยัง?" แล้วคำถามที่ตามมาในใจเราทันทีก็คือ… แล้วต้องไปขอกับใคร แล้วต้องเอาอะไรไปบ้างล่ะ 😅
บทความนี้ Wedly เลยขอโฟกัสที่ "ขั้นตอนการไปขอฤกษ์" ล้วน ๆ ค่ะ — เลือกผู้คำนวณยังไง เตรียมข้อมูลอะไรไปให้ครบ ควรบอกอะไรเขาตั้งแต่แรก และควรขอฤกษ์ย่อยอะไรกลับมาบ้าง จะได้ไปครั้งเดียวจบ ไม่ต้องวิ่งกลับไปถามใหม่
ส่วนคำถามพื้นฐานอย่างฤกษ์คำนวณจากอะไร เดือนไหนนิยม เดือนไหนควรเลี่ยง และจะเลือกวันให้ลงตัวกับคิวสถานที่ยังไง เราเล่าไว้ครบแล้วในคู่มือเลือกวันดีสำหรับงานแต่ง แวะอ่านรองพื้นก่อนได้เลยค่ะ
การหาฤกษ์มงคลสมรสในไทยมีหลายทาง ขึ้นอยู่กับความเชื่อและความสะดวกของแต่ละครอบครัวค่ะ ทางที่นิยมกันมีสามทางหลัก ๆ
หลายครอบครัวจะนำวันเดือนปีเกิดของบ่าวสาวไปให้พระเกจิอาจารย์ หรือพระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่ครอบครัวศรัทธาเป็นผู้ผูกดวงและหาฤกษ์ให้ ข้อดีคือผู้ใหญ่มักสบายใจที่สุด เพราะเป็นคนที่บ้านนับถืออยู่แล้ว ข้อควรรู้คือควรนัดล่วงหน้าและเผื่อเวลา เพราะท่านมักมีกิจนิมนต์แน่น
สำหรับครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีน การไปปรึกษา "ซินแส" ถือเป็นเรื่องปกติมากค่ะ ซินแสจะใช้วิชาโหราศาสตร์จีน (เช่น โป๊ยหยี่สี่เถียว) ในการคำนวณ ส่วนสายไทยก็จะเป็นหมอดูโหราศาสตร์ไทยที่ผูกดวงให้ ข้อดีของทางนี้คือมักได้ฤกษ์ย่อยละเอียดยิบมาเป็นชุด และถามตอบกลับไปกลับมาได้สะดวกกว่า
เหมาะกับคู่ที่อยากได้ภาพรวมเร็ว ๆ ก่อน โดยดูวันธงชัย วันอธิบดี หรือวันดีต่าง ๆ จากปฏิทินได้เลย หรือจะเปิดรายการวันมงคลของ Wedlyดูคร่าว ๆ ก่อนไปคุยกับผู้ใหญ่ก็สะดวกดีค่ะ แต่ต้องเข้าใจข้อจำกัดว่านี่คือการดูฤกษ์แบบกว้าง ๆ ไม่ได้เจาะจงเฉพาะดวงของคู่เรา — ใช้เป็นตัวตั้งต้นสำหรับคุยได้ แต่ไม่ควรใช้แทนการผูกดวงถ้าที่บ้านซีเรียส
ถ้าสองบ้านนับถือคนละสาย (บ้านหนึ่งไปพระ อีกบ้านไปซินแส) ให้ตกลงกันก่อนว่าจะยึดของใครเป็นหลัก แล้วค่อยไปขอ — ไปพร้อมกันทั้งสองสายแล้วได้วันไม่ตรงกัน จะกลายเป็นเรื่องยาวที่คุยกันยากกว่าเดิมค่ะ
นี่คือหัวใจของบทความนี้เลยค่ะ ถ้าเตรียมไม่ครบ ผู้คำนวณจะทำงานให้ไม่ได้ หรือได้ฤกษ์ที่หยาบกว่าที่ควรจะเป็น สิ่งที่ต้องหอบไปมีดังนี้
ทริก: พิมพ์ข้อมูลทั้งหมดใส่โน้ตในมือถือไว้เลยค่ะ เวลาผู้ใหญ่หรือซินแสถาม จะได้ตอบได้ทันทีโดยไม่ต้องโทรกลับไปถามที่บ้าน

ข้อมูลวันเกิดคือ "วัตถุดิบ" ส่วนสามข้อนี้คือ "โจทย์" ที่ทำให้ฤกษ์ที่ได้กลับมาใช้งานได้จริงค่ะ

ในหนึ่งวันแต่งงานไม่ได้มีแค่ฤกษ์เริ่มงาน แต่มีฤกษ์ย่อยของแต่ละพิธีด้วย ขอมาให้ครบตั้งแต่รอบเดียวจะได้ไม่ต้องกลับไปถามใหม่ค่ะ
เคล็ดลับ: พอได้ฤกษ์สวมแหวนมาแล้ว ให้เผื่อเวลาสำหรับพิธีการก่อนหน้า เช่น การแห่ขันหมากและการกั้นประตูเงินประตูทองที่มักยืดเยื้อกว่าที่คิด เพื่อให้เดินมาถึงพอดีฤกษ์ ไม่ใช่ไปยืนรอเฉย ๆ หน้าประตูตั้งครึ่งชั่วโมง

พอฤกษ์อยู่ในมือ งานถัดไปคือเอาไปวางบนปฏิทินจริงค่ะ
การไปขอฤกษ์ไม่ได้ยากเลยค่ะ ถ้าเตรียมสามอย่างนี้ไปให้ครบ: วันเดือนปีเกิดกับเวลาตกฟากของทั้งคู่ ปีนักษัตรของพ่อแม่ และกรอบเดือนที่อยากจัดงาน แล้วบอกไปตรง ๆ ว่าขอเผื่อ 2-3 วันและอยากได้ฤกษ์ย่อยของพิธีไหนบ้าง
ที่เหลือคือความรัก ความเข้าใจ และการให้อภัยของคนสองคนค่ะ — ไม่ว่าฤกษ์จะตกวันไหน ถ้าจับมือกันแน่นแล้วพร้อมเดินไปด้วยกัน ทุกวันก็คือ "วันดี" ของชีวิตคู่แน่นอนค่า 💐
วัน เดือน ปีเกิด และเวลาตกฟากของทั้งเจ้าบ่าวเจ้าสาว ปีนักษัตรของพ่อแม่ทั้งสองฝ่าย และช่วงเดือนที่อยากจัดงาน เพื่อให้ผู้คำนวณตีกรอบฤกษ์ให้ตรงกับแผนของคุณ
หลายคู่แก้ด้วยการจัดพิธีตามฤกษ์ในช่วงเช้าของวันนั้นแบบเฉพาะครอบครัว แล้วยกงานเลี้ยงฉลองไปจัดในวันหยุดสุดสัปดาห์ที่แขกส่วนใหญ่มาได้
ขอสัก 2-3 วันจะยืดหยุ่นที่สุด เพราะสถานที่ ช่างภาพ และช่างแต่งหน้าคิวเต็มเร็ว การมีฤกษ์เดียวมักทำให้ต้องยอมลดคุณภาพทีมงานเพื่อให้ได้วันนั้น
พร้อมเริ่มต้นวางแผนงานแต่งงานของคุณแล้วหรือยัง?