กำลังโหลด…

สวัสดีค่าว่าที่เจ้าสาวทุกคน! 👋 วันนี้พี่มีเรื่องตื่นเต้นมาคุยด้วยล่ะ หลังจากที่โดนสวมแหวนขอแต่งงานไปแบบโรแมนติกสุดๆ แล้ว สิ่งต่อไปที่หลายๆ คู่มักจะคิดถึงก็คือ "จะบอกข่าวดีให้เพื่อนๆ และญาติผู้ใหญ่รู้ยังไงดีนะ?"
แน่นอนว่าการ์ดแต่งงานยังไงก็ต้องมี แต่กว่าจะสรุปแบบการ์ด เคาะจำนวนแขกกับจำนวนการ์ดให้นิ่ง และพิมพ์เสร็จ ก็อาจจะใช้เวลาสักพักใช่มั้ยคะ? นี่แหละค่ะ คือหน้าที่ของ "Save the Date" หรือการแจ้งเตือนให้แขกคนสำคัญของเรา "ล็อคคิว" เอาไว้ล่วงหน้าก่อนเลยนั่นเองค่ะ
สมัยนี้ Save the Date ไม่จำเป็นต้องเป็นแค่กระดาษแผ่นเดียวส่งไปรษณีย์แล้วน้า มีไอเดียน่ารักๆ เพียบเลยที่ทำเอาแขกเห็นแล้วต้องยิ้มและรีบหยิบมือถือมาเมมวันไว้ทันที วันนี้พี่เลยรวมเอา 7 ไอเดียส่ง Save the Date เก๋ๆ มาฝากกัน รับรองว่าปังไม่ซ้ำใครแน่นอน! ✨
ยุคดิจิทัลแบบนี้ อะไรจะสะดวกไปกว่าการส่งผ่าน LINE หรือ Social Media จริงมั้ยคะ? แทนที่จะเป็นภาพนิ่งธรรมดาๆ ลองทำเป็นวิดีโอสั้นๆ ภาพ Stop Motion น่ารักๆ หรือ GIF ดุ๊กดิ๊กดูสิคะ อาจจะเป็นภาพบ่าวสาวทำท่าชี้ไปที่ปฏิทิน หรือทำท่าตกใจพร้อมโชว์แหวน รับรองว่าแขกเปิดมาดูแล้วต้องอมยิ้มตามแน่นอนค่ะ แถมยังประหยัดงบและรักษ์โลกด้วยน้า! ใครชอบทางดิจิทัลอยู่แล้ว พอถึงรอบการ์ดจริงก็ต่อยอดเป็นการ์ดเชิญออนไลน์ที่กดตอบรับ RSVP ได้ในตัว ได้เลยค่ะ

ไอเดียนี้ฮิตตลอดกาลและน่ารักมากๆ ค่ะ ลองไปถ่ายรูปที่ตู้ Photo Booth โดยใช้พร็อพเป็นป้ายเขียนวันที่แต่งงาน หรือใช้วิธีเขียนตัวเลขลงบนฝ่ามือแล้วชูให้กล้องดู รูปที่ได้จะดูมีความเป็นธรรมชาติ ขี้เล่น และดูคลาสสิกสุดๆ สามารถสแกนเป็นไฟล์ส่งออนไลน์ หรือจะปริ้นท์เป็นแถบยาวๆ ส่งไปพร้อมซองจดหมายก็น่ารักไปอีกแบบค่ะ

ถ้ากลัวแขกจะลืม ลองทำ Save the Date ในรูปแบบของแม่เหล็กติดตู้เย็น (Magnet) ดูสิคะ จะใช้รูปคู่สวยๆ จากเซ็ตพรีเวดดิ้งที่วางแผนไว้แต่แรก หรือออกแบบเป็นกราฟิกน่ารักๆ ก็ได้ (ถ้ายังไม่ได้ถ่าย ให้เผื่อคิวถ่ายกับคิวส่ง Save the Date ให้ทันกันด้วยนะคะ) แขกส่วนใหญ่มักจะเอาไปแปะไว้ที่ตู้เย็นที่บ้าน ทีนี้แหละ เดินไปหยิบน้ำกินตอนไหนก็เห็นวันแต่งงานของเรา ไม่มีทางพลาดแน่นอน!
สำหรับคู่ไหนที่จัดงานแต่งต่างจังหวัดหรือริมทะเล (Destination Wedding) ไอเดียนี้คือตอบโจทย์มาก! ออกแบบ Save the Date ให้หน้าตาเหมือนตั๋วเครื่องบิน หรือ Boarding Pass โดยใส่ชื่อบ่าวสาวเป็นชื่อผู้โดยสาร ใส่ชื่อจังหวัดที่จัดงานเป็นจุดหมายปลายทาง และใส่วันที่จัดงานเป็นวันเดินทาง ดูเก๋ไก๋และเข้ากับธีมงานสุดๆ ค่ะ
อันนี้เป็นไอเดียที่กิ๊บเก๋มากค่ะ คือการทำการ์ด Save the Date ใบเล็กๆ แล้วแนบสติ๊กเกอร์น่ารักๆ ที่มีคำว่า "Save the Date" หรือ "Wedding Day" ไปด้วย เพื่อให้แขกลอกสติ๊กเกอร์ไปแปะไว้ในปฏิทินตั้งโต๊ะหรือแพลนเนอร์ของตัวเอง เป็นการเตือนความจำที่น่ารักน่าเอ็นดูมากๆ
ใครที่เป็นทาสหมาทาสแมวต้องจัดไอเดียนี้เลยค่ะ! จับน้องๆ ลูกรักของเรามาใส่ป้ายห้อยคอ หรือวางป้ายไว้ข้างๆ น้องที่เขียนว่า "My humans are getting married!" พร้อมระบุวันที่ รับรองว่าแขกเห็นแล้วต้องใจละลายกับความน่ารักของน้องๆ จนต้องรีบเซฟวันไว้ให้เลยล่ะค่ะ

ถ้าอยากได้ความยูนีค ไม่เหมือนใคร ลองจ้างนักวาดภาพประกอบ (Illustrator) วาดภาพการ์ตูนน่ารักๆ ของคุณสองคนดูสิคะ อาจจะวาดในอิริยาบถที่เป็นตัวตนของคุณ หรือฉากสถานที่ที่มีความทรงจำร่วมกัน ภาพวาดนี้สามารถนำไปใช้กับทั้ง Save the Date และการ์ดแต่งงานจริงได้ด้วยนะคะ ดูอบอุ่นและมีศิลปะมากๆ ค่ะ
เห็นมั้ยคะว่า Save the Date มีลูกเล่นให้เราครีเอทได้เยอะมากกก ลองเลือกไอเดียที่เข้ากับสไตล์ของคุณสองคนดูนะคะ พี่เชื่อว่าแขกที่ได้รับจะต้องตื่นเต้นและตั้งตารอคอยวันสำคัญของคุณแน่นอนค่ะ! 💖
ไว้เจอกันใหม่บทความหน้านะคะ ขอให้สนุกกับการเตรียมงานแต่งน้าสาวๆ!
แนะนำให้ส่งล่วงหน้าประมาณ 6-8 เดือนก่อนวันงานค่ะ เพื่อให้แขกมีเวลาเคลียร์คิว โดยเฉพาะถ้าเป็นงานที่ต้องเดินทางไกลหรือจัดต่างจังหวัด อาจจะต้องส่งล่วงหน้า 9-12 เดือนเลยน้า
ควรส่งให้คนที่คุณ "แน่ใจ" แล้วว่าจะเชิญมาร่วมงานแน่นอนค่ะ เช่น ครอบครัว ญาติสนิท และเพื่อนซี้ เพราะถ้าส่ง Save the Date ไปแล้ว แต่ไม่ได้ส่งการ์ดเชิญตามไป อาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดหรือเสียความรู้สึกได้ค่ะ
Save the Date เป็นเพียงการแจ้งเตือน "วันที่" และ "เมือง/สถานที่คร่าวๆ" เพื่อให้แขกล็อคคิวไว้ให้เราค่ะ ส่วนการ์ดแต่งงานจะเป็นการเชิญอย่างเป็นทางการที่มีรายละเอียดครบถ้วน ทั้งเวลา ลำดับพิธีการ ธีมสี และสถานที่จัดงานแบบเป๊ะๆ ค่ะ
พร้อมเริ่มต้นวางแผนงานแต่งงานของคุณแล้วหรือยัง?